สถานการณ์การผลิตมันสำปะหลังในฤดูการผลิตปี 2553/54 ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดของเพลี้ยแป้งสีชมพูที่ทำให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง จากเฉลี่ย 3.6 ตันต่อไร่ เหลือประมาณ 3 ตันต่อไร่ ผลกระทบดังกล่าวยังทำให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งหันไปปลูกพืชชนิดอื่นอนในอดีต
ในอดีตหากพูดถึงแป้งคนส่วนใหญ่คงคิดถึงผลิตภัณฑ์อาหารนานาชนิดที่มีแป้งเป็นองค์ประกอบหลัก เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว พาสต้า ขนมปัง ขนมอบประเภทเบเกอรี่ต่างๆ ดูเหมือนว่าแป้งจะเป็นส่วนประกอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับอาหารหลายๆประเภท อย่างไรก็ดียังมีการนำแป้งไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหารอีกด้วย
เมื่อโลกมีการพัฒนาการด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น ขอบเขตในการใช้แป้ง เพื่อการอุตสาหกรรมขยายตัวตามไปด้วย จึงทำให้เกิดขีดจำกัดในการใช้งานของ Native Starch ในอุตสาหกรรมต่างๆ เนื่องมาจากคุณสมบัติเฉพาะ ชนิดและสายพันธุ์ของพืชที่มีขอบเขตจำกัด จึงทำให้เกิดการคิดค้นที่จะทำให้ Native Starch มีคุณสมบัติและขอบเขตในการใช้งานกว้างขึ้น)
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า เอทานอล(Ethanol) แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ที่ผลิตได้จากพืช เช่น มันสำปะหลังและอ้อย เป็นพลังงานทางเลือกที่สามารถใช้ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดีและใช้ได้อย่างยั่งยืนเพราะผลิตจากพืชซึ่งสามารถปลูกหมุนเวียนได้ไม่มีวันหมดสิ้น
สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย จัดเสวนาในหัวข้อ วิกฤต : ขาดแคลนหัวมันสำปะหลัง มีการเชิญวิทยากรซึ่งประกอบด้วยนายปรีชา เต็มพร้อม นายธนิต ศรีรัตนาลัย และนายทศพล ตันติวงษ์ ซึ่งแต่ละท่านเป็นผู้ที่มีประสบการณ์กว่า 40 ปี
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นำคณะผู้แทนจากสมาคมต่างๆ จำนวน 50 ท่าน เข้าเยี่ยมสมาคมฯ และเพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้แก่ผู้เข้าอบรม ในเรื่องการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนของสำนักงานและการบริการสมาชิกสมาคม ตลอดจนการวางแผนการดำเนินงานของสมาคม
คณะผู้แทนจากสถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมสมาคมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานสัมมนาโครงการ จัดทำแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ เพื่อGreen Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อการส่งออก (อุตสาหกรรมมันสำปะหลัง)